‘โทษหนัก’คนรักสุนัขไม่จริง นำทิ้งปรับ4หมื่นคุก1เดือน

กัดชาวบ้านเจ้าของเจอคุก 1 เดือน จี้หน่วยงานขึ้นทะเบียนลดสุนัข-แมวจรจัด เตือนไม่รักสัตว์ระวังคุก! ดร.สาธิต เผยโทษพ.ร.บ.ทารุณสัตว์ ระบุใครปล่อยปรับ 4 หมื่น เมื่อวันที่ 11 ต.ค. ดร.สาธิต ปรัชญาอริยะกุล สมาคมป้องกันการทารุณสัตว์แห่งประเทศไทย (TSPCA) ร่วมกับปศุสัตว์ อ.บ้านโปง ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการดูแลเลี้ยงดูสุนัขจรจัดเกือบ 200 ตัว ในอ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี

โดยท่านพระครูเมตตานุศาสก์ เจ้าคณะตำบลคุ้งพยอมบ้านม่วง เจ้าอาวาสวัดโพธิโสภาราม ได้แบกรับภาระการเลี้ยงดูสุนัขจรจัด ซึ่งเกิดจากการนำสัตว์มาปล่อยในบริเวณวัด ทั้งนี้ทางสมาคมฯ มีความห่วงใยในกรณีดังกล่าวจึงให้ความรู้เรื่องโรคพิษสุนัขบ้าแก่ประชาชนในพื้นที่ และรณรงค์หยุดทิ้งสัตว์ ซึ่งมีความผิดตามพ.ร.บ.ป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ พ.ศ.2557 มาตรา 23 ประกอบมาตรา 32 ต้องระวังโทษปรับไม่เกิน 40,000 บาท
ดร.สาธิต กล่าวว่า  การปล่อยหรือการละทิ้งสัตว์นั้น มีแนวโน้มสูงขึ้นจากสถิติในปี 59 พบว่าสุนัขและแมวที่ไม่มีเจ้าของทั้งประเทศมีมากกว่า 800,000 ตัว ซึ่งวิธีการทำหมันควบคุมได้เพียง 10% เท่านั้น จึงนำมาสู่การร้องเรียนเดือดร้อนรำคาญเฉพาะสุนัขในกรุงเทพฯ ปี 58 กว่า 2,900 เรื่อง รวมทั้งปัญหาการแพร่ระบาดของโรคพิษสุนัขบ้าจากสัตว์สู่คน ปี 58 จำนวน 5 คน และในปี 59 พบว่ามีผู้เสียชีวิต 6 คน  อย่างไรก็ตามสุนัขและแมวเป็นสัตว์ควบคุมตาม พ.ร.บ.โรคพิษสุนัขบ้า พ.ศ. 2535 หากพบในที่สาธารณะ พนักงานเจ้าหน้าที่ (กรมปศุสัตว์) หรือพนักงานท้องถิ่น มีอำนาจจับและกักขัง เพื่อหาเจ้าของและให้เจ้าของมารับคืน และมีอำนาจในพิจารณาตามหลักวิชาการว่าสัตว์นั้นมีอาการของโรคพิษสุนัขบ้าหรือไม่ ถ้ามีก็ให้อำนาจในการทำลายสัตว์ควบคุมนั้นได้ ตามมาตรา 9 และมาตรา 15
สำหรับ พ.ร.บ.ป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ พ.ศ. 2557 มาตรา 23 กำหนดห้ามมิให้เจ้าของสัตว์ปล่อย ละทิ้ง หรือกระทำการใดๆ ให้สัตว์นั้นพ้นจากการดูแลของตนโดยไม่มีเหตุอันสมควร และมาตรา 22 เจ้าของสัตว์ต้องดำเนินการจัดสวัสดิภาพสัตว์ของตนให้เหมาะสม ถ้าไม่ปฏิบัติตามมาตรา 22 หรือฝ่าฝืนมาตรา 23 ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 40,000 บาท ตามมาตรา 32 ทั้งนี้หากผู้ควบคุมสัตว์ดุหรือสัตว์ร้าย ปล่อยปละละเลยให้สัตว์นั้นเที่ยวไปโดยลำพัง ในประการที่อาจจะทำอันตรายแก่บุคคลหรือทรัพย์ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ ตามป.อาญา มาตรา 377 เช่นกัน
“ควรมีมาตรการขึ้นทะเบียนสุนัขและแมวและการติดตามสัตว์ในครอบครอง แสดงความเป็นเจ้าของอย่างเปิดเผย และมีการส่งเสริมการเลี้ยงให้ถูกต้องถูกวิธีและถูกสถานที่ มีการจัดทำฐานข้อมูลที่มีการเชื่อมโยงกันอย่างเป็นระบบ โดยผู้เลี้ยงก็ยังมีหน้าที่ความรับผิดชอบต่อการกระทำหรือการเลี้ยงดูสัตว์ จะต้องไม่กระทบหรือละเมิดสิทธิ สร้างความเดือดร้อนรำคาญแก่ผู้อื่นเช่นกัน” ดร.สาธิต กล่าว. ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและติดตามข้อมูลฉบับเต็มที่ dailynews